My Photo ^_^

วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2555

8 สูตรสวยด้วยดอกไม้

                                                8 สูตรสวยด้วยดอกไม้ 
            ดอกไม้ในสวนหน้าบ้าน คนโบราณนิยมนำมาทำเป็นครีมบำรุงตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทั้งปลอดภัยและประหยัด คุณเองก็ทำไว้ใช้ได้ค่ะ
                                                           คุณค่าของดอกไม้
          สรรพคุณของดอกไม้แต่ละชนิดและสูตรความงามง่ายๆ ที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยคุณแม่ยังสาวมีอะไรบ้าง รองศาสตราจารย์รุ่งระวี เต็มศิริฤกษ์กุล อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้ข้อมูลดังนี้
           อัญชัญ : สมัยโบราณนิยมนำมาบดแล้วเขียนคิ้วให้เด็กแรกเกิด ทำให้คิ้วดกดำเรียงตัวสวย ดอกอัญชัญมีสารกลุ่มแอนโธไซยานินช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ บำรุงสายตา หากนำมาหมักผมจะช่วยกระตุ้นหนังศีรษะ ทำให้ผมดกดำ ป้องกันผมหงอกก่อนวัย
           กระดังงา : มีน้ำมันหอมอยู่มาก ใช้แต่งกลิ่นเครื่องสำอาง เป็นอโรมาเธอราพีช่วยให้อารมณ์สงบ และช่วยฟื้นฟูสภาพเส้นผม เพิ่มน้ำหนักให้เส้นผมได้
           ชบา : เป็นดอกไม้ประจำชาติของมาเลเซีย ประกอบด้วยสารกลุ่มแอนโธไซยานินต้านอนุมูลอิสระ และมิวซีเลซ (mucilage) สารเมือกที่ทำหน้าที่คล้ายกลีเซอรีนเพิ่มความชุ่มชื้นและเคลือบผมให้เงางาม ผมนุ่มดูมีน้ำหนัก
          ดอกกานพลู, มะลิ , กุหลาบมอญ และเกสรดอกบัว : นิยมนำมาทำน้ำมันหอมระเหยอยู่ ใช้เคลือบเส้นผมให้นุ่มสลวย ทาผิวป้องกันผิวแห้งได้เป็นอย่างดี



ข้อควรระวัง
        -  ขณะเด็ด ฉีก หรือบดดอกไม้ ควรระวังอย่าให้น้ำมันหอมระเหยในกลีบดอกและเกสร สัมผัสผิวหน้า เพราะจะทำให้ระคายเคืองเล็กน้อย
       - กลีบดอกชบา ดอกมะลิบอบบางช้ำง่าย และมีเชื้อโรคง่าย ควรเก็บดอกสดๆ นำมาผสมเป็นครีมจะดีกว่า และควรใช้ทันทีไม่แนะนำให้เก็บ เพราะอาจติดเชื้อแบคทีเรียทำให้เหม็นบูด
       -  วิธีทดสอบน้ำมันหอมระเหยว่าบริสุทธิ์หรือไม่ ให้หยดลงไปในน้ำสะอาด ถ้าบริสุทธิ์น้ำมันจะกระจายตัวเร็ว ขุ่นไปทั่วภาชนะ ส่วนน้ำมันผสมจะกระจายตัวช้าเพราะผสมน้ำมันอื่นลงไป
       - ทดลองใช้น้ำมันหอมระเหยชนิดใดชนิดหนึ่งเป็นเวลา 1 เดือน หากไม่ระคายเคือง คัน ปวด บวมแดง ร้อน แสดงว่าน้ำมันชนิดนี้เหมาะกับคุณ และห้ามแตะน้ำมันหอมระเหยที่ตารวมถึงบริเวณอื่นๆ ที่บอบบางโดยเด็ดขาด

                                         สูตรสวยด้วยดอกไม้
1. หมักผมด้วยดอกอัญชัญ
ส่วนผสม
 - ดอกอัญชัญ 8 ดอก         - น้ำสะอาด 1 ลิตร
วิธีทำ
         เด็ดกลีบดอกอัญชัญใส่เครื่องปั่น ปั่นพร้อมน้ำสะอาดจนละเอียดแล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง น้ำที่ได้ควรมีสีน้ำเงินเข้ม (หากมีสีปนแดงแสดงว่าน้ำที่ใช้มีความเป็นกรดมาก จึงควรเลือกน้ำกลั่นสะอาดบรรจุขวดจะดีกว่า) นำส่วนผสมที่ได้มาหมักผมทิ้งไว้ 20 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
 2. ดอกกระดังงาฟื้นสภาพผม
ส่วนผสม
          - ดอกกระดังงา (ใช้ได้ทั้งสดและแห้ง) 2 ดอก

          - น้ำมันงา / น้ำมันมะพร้าว 2 ถ้วย

วิธีทำ
               นำดอกกระดังงาลงทอดในน้ำมันร้อนนาน 5 นาที ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วช้อนดอกกระดังงาออก นำน้ำมันหอมระเหยที่ได้มาชโลมผม
 3. ครีมนวดผมดอกชบา
ส่วนผสม
  - ดอกชบาซ้อนสีอะไรก็ได้ 10 ดอก
  - ขมิ้น 2 แง่ง
  - น้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ

  - ดอกกานพลูแห้ง 15 ดอก
  - เกลือป่นเล็กน้อย

วิธีทำ
              1. บดดอกชบา ละลายในน้ำอุ่น 3 ช้อนโต๊ะ กรองน้ำเก็บไว้
              2. ตำขมิ้นให้ละเอียด ผสมน้ำอุ่นเล็กน้อย กรองน้ำนำไปหยดลงในน้ำดอกชบาที่ได้
              3. เคี่ยวน้ำมันมะพร้าวกับดอกกานพลูแห้งจนมีกลิ่นหอมแล้วยกลง
              4. นำน้ำดอกชบา (ข้อ 2 ) เทลงในส่วนผสมข้อ 3 คนให้เข้ากัน แล้วเหยาะเกลือป่นลงไป จะได้ครีมนวดผม นวดทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วล้างออก
              H&C TIP : หากนำดอกชบาสดมาตำให้ละเอียดแล้วเติมน้ำอุ่นเล็กน้อยจะได้น้ำเหนียวใส นำมาขัดรองเท้าและกระเป๋าหนังได้มันวาว

 4. โลชั่นอาบน้ำ
           ฉีกเกสรดอกบัวโรยบนน้ำ นำมาล้างหรืออาบน้ำ จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ช่วยให้รู้สึกสดชื่น
 5. โลชั่นบำรุงผิว สูตรไฮโปอัลเลอร์เจนิคสูตรนี้ยังได้กรดผลไม้ในผลมะกรูดช่วยผลัดเซลล์ผิวให้หน้าขาวใส
ส่วนผสม
      ดอกมะลิ / กระดังงา / กุหลาบมอญ ชนิดใดก็ได้ 8 ดอก
      มะกรูด 1/2 ผล
      น้ำเปล่า 1 ลิตร

วิธีทำ
          1. ทำน้ำดอกไม้โดยนำดอกไม้ 8 ดอกลอยในน้ำ 1 ลิตรแล้วปิดฝาอบไว้ 1 คืน จากนั้นนำน้ำดอกไม้ที่ได้ใส่ขวดไว้
          2. นึ่งมะกรูดให้พอเหลือง มีกลิ่นหอม
          3. นำมะกรูดที่ได้มาต้มกับน้ำดอกไม้ด้วยไฟปานกลาง 10 นาทีแล้วยกลงจากเตา ช้อนน้ำมันมะกรูดที่ลอยขึ้นมาบนผิวใส่ถ้วยไว้ (เทส่วนที่เป็นน้ำทิ้งไป) ปล่อยทิ้งไว้ให้เย็น จะได้โลชั่นขุ่นเล็กน้อย ควรใช้ทันที ไม่ควรเก็บและระวังแพ้น้ำมันมะกรูด ทดลองด้วยการทาท้องแขนทิ้งไว้ 30 นาทีหากไม่ระคายเคืองก็ใช้ได้

 6.ลบเลือนรอยแผลเป็น
              แผลเป็นหลังผ่าตัดหรือบาดแผลจากอุบัติเหตุทั่วไป หากนวดด้วยวิตามินอี หลีกเลี่ยงแสงแดดจะทำให้แผลเป็นมีขนาดเล็กลง ประกอบกับการนวดกระตุ้นด้วยน้ำมันหอมระเหยเอฟเวอลาสทิง และโรสแมรี่ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
ส่วนผสม  
           - เอฟเวอลาสทิง และโรสแมรี่ 2-3 หยด
          - น้ำมันอาร์นิกา 1 ช้อนโต๊ะ
            ผสมให้เข้ากันและใช้ทาวันละ 3 ครั้ง (กรณีหลังผ่าตัดควรปรึกษาแพทย์ว่าเหมาะสมกับน้ำมันชนิดนี้หรือไม่)
 7.โลชั่นขัดเล็บ
ส่วนผสม
       - น้ำมันเมล็ดทานตะวัน 2 ช้อนชา
วิธีทำ    ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เป็นเนื้อเดียวกัน นำมาขัดเล็บมือเล็บเท้า ทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วเช็ดออกด้วยสำลี จากนั้นทาเบาๆ บนเล็บทิ้งไว้ให้แห้งอีกครั้ง จะช่วยให้เล็บแข็งแรงขึ้น
 8 สเปรย์น้ำดอกกุหลาบ
ส่วนผสม
  - น้ำกลั่น 1/2 ถ้วย
  - น้ำหอมระเหยเจอราเนียม 2 หยด
  - น้ำมันหอมกุหลาบ 4 หยด
  - ขวดสเปรย์แก้วเล็ก (10 ซี.ซี.) 1 ขวด

วิธีทำ      นำส่วนผสมทั้งหมดใส่ขวดสเปรย์ เขย่าให้เข้ากัน จะได้สเปรย์น้ำกลิ่นกุหลาบที่หอมสดชื่่นสำหรับฉีดหน้าฉีดตัวคลายร้อน ควรเก็บไว้ในตู้เย็น
          เห็นไหมคะว่า คอกไม้ในสวนไม่ใช้แค่สวย แต่ยังมีประโยชน์มากมายกว่าที่คุณคิด

สูตรหน้าใสไร้สิว

1. น้ำผึ้ง 1 ชอนโต๊ะ
2. ใข่ไก่ (เฉพาะใข่ขาว 1 ช้อนโต๊ะ)
3. มะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
4. ผ้าชุบน้ำอุ่น
5.น้ำเย็นจัด 1 แก้ว


- นำผ้าที่ชุบน้ำอุ่นโป๊ะที่บริเวณใบหน้า
- หลังจากนั้นนำส่วยผสมทั้งหมดคนให้เข้ากัน ทาที่ใบหน้า 5 - 10 นาที
- จากนั้นล้างหน้าปกติ ตามด้วยน้ำเย็นจัด
- ชับหน้าให้แจ้งใบหน้าของคุณจะนิ่มทันที
- หลังจากนั้นให้ทาโลชั่นทันทีใบหน้าจะกระชับ
- คุณจะรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง
- ทำอาทิตย์ละ 3 ครั้งก็พอ
สูตรโดยคุณ กัญญาณัฐ

วิธีพอกหน้าขาว

                       สูตรหน้าขาว-ใส มาแล้วจ้า
สูตรที่1. ส่วนผสม 1.น้ำผึ้งประมาณ 6 ช้อนชา 2.มะขามเปียก(ไม่ต้องเอากากนะ) 3.นมจืด 6 ช้อนชา
วิธีทำ นำส่วนผสมทั้งสามมารวมกัน พอกหน้าทิ้งไว้ 15 น. ทำอาทิตย์ละ 2-3ครั้ง
สูตรที่2. ส่วนผสม 1.ไข่ไก่2-3ใบ(เอาแต่ไข่แดงนะ) 2.มะนาว2ช้อนชา
วิธีทำ นำไข่แดงมาผสมกับน้ำมะนาวตีให้เข้ากันทาทิ้งไว้5-10น. ทาครีมบำรุงเพื่อให้ผิวหน้าชุ่มชื่นด้วยจ้า ทำอาทิตย์ละ2ครั้ง
สูตรที่3. ส่วนผสม 1.หัวไซเท้า
วิธีทำ ปอกเปลือกหัวไซเท้าแล้วล้างออก ฝานบางเฉียบแล้ววางลงบนใบหน้าทิ้งไว้ 15น.ล้างออกด้วยน้ำสะอาดทำอาทิตย์ละ 2ครั้ง
สูตรที่4. ส่วนผสม 1.แอปเปิ้ลแดง(ไม่ปอกเปลือก) 2.นมสด
วิธีทำ นำส่วนผสมทั้ง2อย่างมารวมกันดูปริมาณที่สมดุลกันแล้วนำมาทาหน้าทิ้งไว้ 2. น.แล้วล้างออก ทำอาทิตย์ละ2-3ครั้ง
สูตรที่5. ส่วนผสม 1.มะเชือเทศ 2.แตงกวา
วิธีทำ นำมะเขือเทศมาบดให้ละเอียดแล้วมาทาบนใบหน้า เอาแตงกวามาแปะตาไว้จะได้ไม่เป็นหมีแพนด้า

วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ผิวสวยเปล่งปลั่งด้วยวิธีง่ายๆ
ลองใช้ส่วนผสมต่อไปนี้ที่หาได้ในบ้านของคุณเอง เพื่อเป็นเจ้าของผิวสวยเปล่งปลั่งอย่างที่คุณปรารถนา
1. น้ำตาลทราย ใช้น้ำตาลทรายผสมกับน้ำมันมะกอก เพื่อขัดผิว เกล็ดน้ำตาลทรายจะช่วยขัดลอกเซลล์ผิวเก่าและทำให้ผิวนุ่มขึ้น ขณะที่น้ำมันมะกอกจะทำให้ผิวชุ่มชื่น
2. ข้าวโอ๊ตและนม ผสมข้าวโอ๊ตกับนมแบบไม่พร่องมันเนยทาให้ทั่วใบหน้าและปล่อยให้แห้งราว 10-15 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด
3. โยเกิร์ต ทาโยเกิร์ตแบบธรรมชาติลงให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ 15 นาที ไม่เพียงแต่ผิวจะรู้สึกสดชื่น มันยังทำให้ผิวของคุณนุ่มนวลและเรียบลื่นอีกด้วย
4. กล้วยหอม บดให้ละเอียดและผสมกับนมสด ทาทั่วใบหน้าและทิ้งไว้ 20 นาที ล้างออกด้วยน้ำเย็น แล้วรอดูผิวที่เปล่งปลั่งได้เลย
5. น้ำผึ้ง ทาให้ทั่วใบหน้าและลำคอ ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น ผิวคุณจะนุ่มนวลและเปล่งปลั่ง
6. ไข่ ผสมไข่ดิบกับน้ำผึ้ง ทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น
7. มะละกอ บดละเอียดแล้วพอกลงบนใบหน้า ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออก
8. แป้งข้าวโพด ผสมกับไข่ขาวและทาทั่วใบหน้าเมื่อใบหน้าแห้ง ซึ่งใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง ใช้นิ้วจุ่มน้ำอุ่นและนวดให้ทั่ว ก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด




ขอขอบคุณที่มาจาก Lisa

แฟชั่นสไตล์เกาหลี

                                                  แฟชั่นสไตล์เกาหลี
            หากพูดถึงเรื่องแฟชั่นแล้ว ปัจจุบันนี้คงจะหนีไม่พ้นแฟชั่นที่มาแรงแซงทางโค้ง นั่นก็คือ "แฟชั่นสไตล์เกาหลี" กระแสนิยมที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน
            แฟชั่นในยุคนี้ "เทรนด์เกาหลี" เริ่มเข้ามาในสังคมไทยเรามากสุด ๆ เมื่อพูดถึงคำ ๆ นี้คงไม่มีใครที่ไม่รู้จักนะคะ กระแสที่มาแรงทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมทางด้านการบันเทิง ดารา นักร้อง ซีรี่ส์ต่าง ๆ ในด้านของภาษาก็เป็นที่นิยมไม่น้อยหน้ากันเลยทีเดียว เดี๋ยวนี้มีจำนวนนิสิตนักศึกษาไม่น้อยที่สนใจและเลือกเรียนภาษาเกาหลีมากขึ้น พวกเราเริ่มรู้จักวัฒนธรรมเกาหลีกันมากขึ้นด้วย ไม่ว่าจะเป็นด้านอาหารการกิน การทักทาย และแฟชั่นเสื้อผ้า เพราะว่าคนเกาหลีเน้นสวมเสื้อผ้าตามฤดูกาลแตกต่างกันไป แต่ละฤดูมีลักษณะการแต่งกายที่ไม่เหมือนกัน เช่น  
     - ฤดูใบไม้ผลิ หรือที่ภาษาเกาหลีเรียกว่า "พม" ฤดูนี้เสื้อผ้าจะเน้นสีเสื้อผ้าที่ฉูดฉาด สดใส เสื้อผ้ามีหลากหลายสไตล์ด้วยกัน
     - ฤดูร้อน หรือที่ภาษาเกาหลีเรียกว่า "ยอรึม" ในฤดูนี้เสื้อผ้าจะเน้นสีสดใสเช่นกัน แต่โทนสีอ่อนลงมากกว่า ลักษณะเสื้อผ้าจะเป็นเสื้อกล้าม เสื้อสายเดี่ยว กางเกงขาสั้น กางเกงสามส่วน เป็นต้น
     - ฤดูใบไม้ร่วง หรือที่ภาษาเกาหลีเรียกกันว่า "คาอึล" ในฤดูนี้เสื้อผ้าจะเน้นเสื้อผ้าสีทึบ ๆ มืด ๆ เช่น สีน้ำเงิน สีน้ำเงินเข้ม สีกรมท่า สีน้ำตาล
     - ฤดูหนาว หรือที่ภาษาเกาหลีเรียกกันว่า "คยออูล" ฤดูนี้เสื้อผ้าส่วนใหญ่เน้นสีดำเป็นหลัก เสื้อแขนยาวสีเข้ม เสื้อกันหนาวสีดำ เสื้อไหมพรมใส่คู่กับผ้าพันคอสีเข้ม ๆ
    เสื้อสไตล์เกาหลี โดยส่วนใหญ่แล้วจะใส่เสื้อสองตัวซ้อนกัน เหตุเป็นเพราะว่าอากาศในประเทศเกาหลีค่อนข้างหนาวเย็น เพราะฉะนั้นจึงเน้นเสื้อตัวยาว ๆ โทนสีอาจตัดกันหรือเป็นโทนเดียวกัน ขึ้นอยู่กับความชอบ ส่วนกางเกง มักเป็นกางเกงประมาณเข่า มีผ้าผูกเอวประดับแทนเข็มขัด ในฤดูหนาวจะเป็นกางเกงขายาวแทน
       -  สำหรับผู้หญิง ก็จะเป็นกระโปรง ส่วนใหญ่แล้วออกแนวหวาน ๆ น่ารัก ๆ หากเป็นกระโปรงสั้น นิยมใส่เล็กกิ้งไว้ด้านใน แต่ส่วนมากผู้หญิงเกาหลีนิยมใส่ชุดแซ็ก
       -  รองเท้า ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นหลัก หรือรองเท้าบู๊ต อาจจะเป็นเพราะสภาพอากาศ ลักษณะสีสันออกโทนสีพื้น ๆ
       -  เครื่องประดับ ส่วนใหญ่ใช้เพชรคริสตัลเป็นส่วนประกอบ ลักษณะเหมือนทองคำขาว เงิน ไม่นิยมนำทองมาเป็นส่วนประกอบนะคะ
       - ทรงผม เน้นความเป็นธรรมชาติ นิยมดัดเป็นลอน ๆ คลื่น ๆ ทำผมให้ดูยุ่ง ๆ เป็นธรรมชาติ ทรงนี้สามารถทำได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
       - เครื่องประดับผม ที่กำลังเป็นที่นิยมกันในตอนนี้ คือ "ที่คาดผมแบบทูอินวัน" (คาดหนึ่งอันแต่ดูเหมือนมีสองอัน) มีลักษณะแยกเป็นสองแฉกด้วยกัน มีสีสันสดใส มีลักษณะเป็นเพชร วับ ๆ หรือตามวัสดุที่ประดิษฐ์มา หรือเป็นกิ๊บติดผมแนวน่ารัก ๆ กุ๊กกิ๊ก


        รวมไปถึง "แฟชั่นการแต่งหน้าแบบเกาหลี" ที่เป็นกระแสมาแรงสุด ๆ ในตอนนี้ การแต่งหน้าแบบเกาหลีจะเน้นแบบธรรมชาติเป็นหลัก การแต่งหน้าแบบนี้คนไทยเราก็กำลังฮิตกันมาก ๆ ลักษณะการแต่งหน้าแบบนี้ นอกจากจะดูสวยอย่างธรรมชาติแล้ว ยังให้ความรู้สึกที่สดใสอีกด้วย
        คนเกาหลีเวลาแต่งหน้าจะเน้นที่ "ดวงตา" เป็นหลัก อาจเป็นเพราะว่าคนเกาหลีมีจุดอ่อนที่ตา หมายถึง ตาตี่ และมีชั้นเดียว สามารถลังเกตได้จากการที่คนเกาหลีทำศัลยกรรม ส่วนใหญ่แล้วคนเกาหลีเน้นทำตาสองชั้นเป็นหลัก แต่สำหรับคนที่ไม่ทำศัลยกรรมจะมีการแต่งดวงตาให้ดูคมชัดขึ้นและเป็นธรรมชาติ โดยเลือกสีอายแชโดว์ให้เข้ากับสีผิว หรือสีขนตา และควรใช้ประมาณ 3 สี โดยทาไล่ตามเฉดโทนอ่อนที่สุดไปจนถึงเข้มที่สุด และลงสีที่หนึ่งที่เป็นโทนสีอ่อนสุดบริเวณเปลือกตา ทาสีที่สองลงตรงบริเวณจุดกึ่งกลางของตา และเกลี่ยขึ้นข้างบน แล้วไล่สีที่สามจากหางตามาถึงบริเวณกึ่งกลางตาแล้วเกลี่ยขึ้น ลงสีที่เข้มที่สุดตามแนวชิดขอบตาอีกครั้ง และเกลี่ยให้เรียบเนียน


         ถ้าอยากให้ดวงตาดูสวยคมชัดยิ่งขึ้น อย่าลืมเขียนขอบตาด้วย แต่ควรเป็นชนิดเค้กอายไลเนอร์ เพราะดูซอฟต์เป็นธรรมชาติมากกว่า และไม่ควรเขียนแบบตวัดปลายขึ้น เขียนสีดำเฉพาะขอบตาบนเท่านั้น ซึ่งจะลากให้เป็นเส้นเล็กที่สุดโดยแทรกเข้าไประหว่างขนตา ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไป จากหัวตาจนถึงหางตาเท่า ๆ กัน และใช้แปรงเกลี่ยเพื่อไม่ให้เห็นเป็นเส้นขอบวาด ส่วนขอบตาล่าง ให้ใช้สีขาวเขียนที่ขอบตา โดยเขียนที่ขอบตาด้านใน อีกเทคนิคที่ทำให้ดวงตาดูมีเสน่ห์น่าค้นหามากยิ่งนั่นคือใส่ขนตาปลอม ซึ่งนิยมแซมขนตาแบบที่เป็นช่อ เพราะดูเป็นธรรมชาติมากกว่าเป็นแผง การดัดขนตาให้งอนเริ่มจากโคนไล่ขึ้นไปที่ปลายและปัดมาสคาร่าทั้งขนตาจริงขนตาปลอมพร้อมกัน วิธีนี้ทำให้ขนตาจริงกับขนตาปลอมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน ดูเป็นธรรมชาติ


ข้อมูลจาก : www.globalfashionreport.com, www.elearneasy.com